60 ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 2
3 - 4 ปีก่อน
ประเทศตูนิเซียเป็นจุดเริ่มต้นของการออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มหนุ่มสาวใน
ตูนิเซียที่นำไปสู่การขับไล่รัฐบาลเผด็จการ อันเป็นที่มาของคำว่า
การปฏิวัติดอกมะลิ หรือ The Jasmine Revolution
(ดอกมะลิเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติตูนิเซีย)
ซึ่งเกิดจากการที่นาย Mohamed Bouazizi
บัณฑิตทางวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ชาวเมืองซิดี บูซิส(Sidi Bouzid) วัย 26 ปี
ได้ตัดสินใจเผาตัวตายประท้วง
หลังจากที่เขาถูกตำรวจหญิงไล่ไม่ให้ขายผลไม้ในรถเข็นเพื่อเลี้ยงครอบครัว
เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2553

ซึ่งหลังจาการเสียชีวิตของนายโมฮัมหมัดเพียง 18 วัน ก็เกิดการปฏิวัติดอกมะลิขึ้น ซึ่งการเดินขบวนประท้วงเป็นเหตุมาจากภาวะการว่างงานที่สูง ภาวะเงินเฟ้อ การฉ้อราษฎร์บังหลวง การขาดเสรีภาพทางการเมืองและคุณภาพชีวิตที่เลวร้าย โดยหนุ่มสาวที่ทราบเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างเครือข่ายของการปฏิวัติประชาชน ขับไล่รัฐบาลเผด็จการผ่านสังคมออนไลน์อย่าง Facebook และ Twitter

ซึ่งการประท้วงดังกล่าวเป็นแรงบันดาลใจแก่พฤติกรรมคล้ายกันทั่วโลกอาหรับใน เวลาต่อมา เช่นการปฏิวัติอียิปต์ และยังเกิดขึ้นในประเทศในแอฟริกาเหนือและตะวันออกกลางอีกหลาย ประเทศ(Cr.Wikipedia)

ซึ่งหลังจาการเสียชีวิตของนายโมฮัมหมัดเพียง 18 วัน ก็เกิดการปฏิวัติดอกมะลิขึ้น ซึ่งการเดินขบวนประท้วงเป็นเหตุมาจากภาวะการว่างงานที่สูง ภาวะเงินเฟ้อ การฉ้อราษฎร์บังหลวง การขาดเสรีภาพทางการเมืองและคุณภาพชีวิตที่เลวร้าย โดยหนุ่มสาวที่ทราบเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างเครือข่ายของการปฏิวัติประชาชน ขับไล่รัฐบาลเผด็จการผ่านสังคมออนไลน์อย่าง Facebook และ Twitter

ซึ่งการประท้วงดังกล่าวเป็นแรงบันดาลใจแก่พฤติกรรมคล้ายกันทั่วโลกอาหรับใน เวลาต่อมา เช่นการปฏิวัติอียิปต์ และยังเกิดขึ้นในประเทศในแอฟริกาเหนือและตะวันออกกลางอีกหลาย ประเทศ(Cr.Wikipedia)
ความคิดเห็นที่ 3
กลับมาที่เรื่องการท่องเที่ยวนะครับ
อากาศตูนิเซียช่วงปีใหม่(กลางคืน-กลางวัน) อยู่ระหว่าง 4 - 18 องศาเซลเซียส
เรียกได้ว่าค่อนข้างหนาวเย็นทีเดียว
แต่ก็นับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการท่องเที่ยวประเทศแถบแอฟริกาเหนือเป็น
อย่างมากครับ

เส้นทางการเดินทางท่องเที่ยวตูนิเซียทริปนี้ เดินทางไปทั่วประเทศรวมทั้งหมด 19 เมือง ตามเส้นทางดังนี้ Tunis > Tabarka > Ain Draham > Dougga > Kairouan > Sbeitla > Gafsa > Tozeur > Douz > Tataouine > Chenini > Matmata > Sfax > El Jem > Sousse > Nabeul > Hammamet > Carthage > Sidi Bou Said > Tunis (Cr.รูปภาพจาก marhba.com)

เส้นทางการเดินทางท่องเที่ยวตูนิเซียทริปนี้ เดินทางไปทั่วประเทศรวมทั้งหมด 19 เมือง ตามเส้นทางดังนี้ Tunis > Tabarka > Ain Draham > Dougga > Kairouan > Sbeitla > Gafsa > Tozeur > Douz > Tataouine > Chenini > Matmata > Sfax > El Jem > Sousse > Nabeul > Hammamet > Carthage > Sidi Bou Said > Tunis (Cr.รูปภาพจาก marhba.com)
ความคิดเห็นที่ 4
สนามบิน Tunis - Carthage International
เป็นสนามบินขนาดเล็กๆและค่อนข้างเก่า
อารมณ์ประมาณสนามบินตามต่างจังหวัดบ้านเรา
บรรยากาศวุ่นวายมากๆครับ


ตูนีเซียใช้เงินตราสกุลดีนาร์ โดย 1 ดอลลาร์สหรัฐประมาณ 1.66 ดีนาร์ หรือถ้าเทียบเป็นเงินไทยแล้ว 1 ดีนาร์ก็ประมาณ 20 บาท (อัตราแลกเปลี่ยนเดือนมกราคม 2557) เราสามารถแลกเงินสกุลดินาร์ได้ที่สนามบินหรือตามโรงแรม แต่ต้องเก็บใบเสร็จแลกเงินไว้ด้วย เพราะในกรณีขากลับ ถ้าเงินเหลือและต้องการแลกกลับเป็นเงินดอลล่าห์หรือยูโรนั้นจะต้องใช้สำเนา ใบเสร็จด้วย


ตูนีเซียใช้เงินตราสกุลดีนาร์ โดย 1 ดอลลาร์สหรัฐประมาณ 1.66 ดีนาร์ หรือถ้าเทียบเป็นเงินไทยแล้ว 1 ดีนาร์ก็ประมาณ 20 บาท (อัตราแลกเปลี่ยนเดือนมกราคม 2557) เราสามารถแลกเงินสกุลดินาร์ได้ที่สนามบินหรือตามโรงแรม แต่ต้องเก็บใบเสร็จแลกเงินไว้ด้วย เพราะในกรณีขากลับ ถ้าเงินเหลือและต้องการแลกกลับเป็นเงินดอลล่าห์หรือยูโรนั้นจะต้องใช้สำเนา ใบเสร็จด้วย
ความคิดเห็นที่ 6
ขอเริ่มต้นพาเที่ยวจากเมืองตูนิส(Tunis)นะครับ
ตูนิส(Tunis)เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศตูนิเซีย
มีประชากรประมาณ 650,000 คน
ประตูชัยของเมืองตูนิส Porte De France สร้างโดยฝรั่งเศส อยู่ทางเข้าย่านเมืองเก่าหรือเมดินา



2 ฝั่งของถนนด้านหน้า Porte De France เต็มไปด้วยร้านขายสินค้าแบรนด์เนม อารมณ์คล้ายถนน Champs-Élysées เหมือนกันแฮะ

ประตูชัยของเมืองตูนิส Porte De France สร้างโดยฝรั่งเศส อยู่ทางเข้าย่านเมืองเก่าหรือเมดินา



2 ฝั่งของถนนด้านหน้า Porte De France เต็มไปด้วยร้านขายสินค้าแบรนด์เนม อารมณ์คล้ายถนน Champs-Élysées เหมือนกันแฮะ

ความคิดเห็นที่ 8
เมดิน่า (Medina) ย่านเมืองเก่าของตูนิส ที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1979

ด้านในเป็นตลาดขายของที่ระลึก บรรยากาศคึกคักทีเดียว

ถ้ามีโอกาสไปเยือนตูนิส อย่าพลาดร้านอาหาร Essaraya ซึ่งตั้งอยู่ในเมดินาของตูนิสนะครับ บรรยากาศอลังการงานสร้างจริงๆ

ด้านในเป็นตลาดขายของที่ระลึก บรรยากาศคึกคักทีเดียว

ถ้ามีโอกาสไปเยือนตูนิส อย่าพลาดร้านอาหาร Essaraya ซึ่งตั้งอยู่ในเมดินาของตูนิสนะครับ บรรยากาศอลังการงานสร้างจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 10
พิพิธภัณฑ์บาร์โด(Bardo Museum) อดีตเคยป็นพระราชวังเก่าซึ่งได้รับการบูรณะและขยับขยายมาโดยตลอด


พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุจากยุคก่อนประวัติศาสตร์ เรื่อยมาจนถึงยุคร่วมสมัย สะท้อนให้เห็นถึงศิลปะและวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของชาวตูนิเซีย



นอกจากนี้ Bardo Museum อีกทั้งยังเป็นสถานที่เก็บสะสมชิ้นงานประดับโมเสกที่ใหญ่ที่สุด สมบูรณ์ที่สุด และสวยงามที่สุดในโลก




พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุจากยุคก่อนประวัติศาสตร์ เรื่อยมาจนถึงยุคร่วมสมัย สะท้อนให้เห็นถึงศิลปะและวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของชาวตูนิเซีย



นอกจากนี้ Bardo Museum อีกทั้งยังเป็นสถานที่เก็บสะสมชิ้นงานประดับโมเสกที่ใหญ่ที่สุด สมบูรณ์ที่สุด และสวยงามที่สุดในโลก


ความคิดเห็นที่ 12
เมืองซิดิ บู ซาอิด (Sidi Bou Said)
ตั้งห่างจากตูนิสประมาณ 20 กิโลเมตร
เห็นครั้งแรกนี่ผมนึกไปถึงบรรยากาศของเกาะ Santorini ที่ประเทศกรีซ
เพราะบรรยากาศหมู่บ้านตั้งอยู่ริมทะเลแถมยังทาสีฟ้า-ขาวคล้ายๆ
กัน


เดินจากลานจอดรถไปตามถนนที่ปูลาดด้วยหินก้อนไปประมาณ 15 นาที ก็จะสู่จุดชมวิวของร้านอาหารซึ่งเป็นมุมสุดฮิตในการถ่ายรูปและชมความงามของ อ่านตูนิส


เสียดายอย่างหนึ่งก็คือตอนไป Sidi Bou Said ช่วงเช้ามุมนี้การถ่ายรูปจะย้อนแสง คิดว่าถ้าไปช่วงบ่ายน่าจะเวิร์คกว่านะครับ


เดินจากลานจอดรถไปตามถนนที่ปูลาดด้วยหินก้อนไปประมาณ 15 นาที ก็จะสู่จุดชมวิวของร้านอาหารซึ่งเป็นมุมสุดฮิตในการถ่ายรูปและชมความงามของ อ่านตูนิส


เสียดายอย่างหนึ่งก็คือตอนไป Sidi Bou Said ช่วงเช้ามุมนี้การถ่ายรูปจะย้อนแสง คิดว่าถ้าไปช่วงบ่ายน่าจะเวิร์คกว่านะครับ
ความคิดเห็นที่ 13
เมืองคาร์เธจ (Carthage)
เป็นเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ในปี ค.ศ.
1979 เมืองนี้ตั้งอยู่บริเวณอ่าวตูนิส ทำให้ได้เปรียบในด้านการเดินเรือ
และเป็นยุทธศาสตร์การค้าทางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่สำคัญ

เดินเข้าไปจากทางเข้าจะเจอซากปรักหักพังที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในยุค โรมัน ไฮไลท์ที่สำคัญก็คือโรงอาบน้ำร้อนแอนโตนิน (The Baths of Antonin) หนึ่งในห้องอาบน้ำที่ใหญ่ที่สุดที่สร้างขึ้นภายใต้อาณาจักรโรมัน



เดินเข้าไปจากทางเข้าจะเจอซากปรักหักพังที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในยุค โรมัน ไฮไลท์ที่สำคัญก็คือโรงอาบน้ำร้อนแอนโตนิน (The Baths of Antonin) หนึ่งในห้องอาบน้ำที่ใหญ่ที่สุดที่สร้างขึ้นภายใต้อาณาจักรโรมัน


ความคิดเห็นที่ 14
เมืองตาบาร์ก้า (Tabarka)
เมืองชายฝั่งที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศตูนิเซีย
ใกล้กับชายแดนติดประเทศแอลจีเรีย
เมืองนี้ที่มีชื่อเสียงในด้านการประมงชายฝั่ง
กิจกรรมการถ่ายภาพหินปะการังใต้ท้องทะเล และเทศกาลดนตรี Jazz


แนวหินรูปทรงประหลาดที่เรียกขานกันว่า นีเดิลส์ (Needles) หรือเข็มของตาบาร์ก้าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมือง บางยอดสูงถึง 20 เมตร



แนวหินรูปทรงประหลาดที่เรียกขานกันว่า นีเดิลส์ (Needles) หรือเข็มของตาบาร์ก้าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมือง บางยอดสูงถึง 20 เมตร

ความคิดเห็นที่ 16
โบราณสถานของเมืองดูกก้า (Dougga)
ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ.
1997 นับเป็นเมืองโบราณยุคสมัยโรมันที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งใน
ทวีปแอฟริกาเหนือ


รูปด้านล่าง ที่เป็นหลุมๆก็คือส้วมสาธารณะ แสดงให้เห็นว่าในสมัยโบราณคนโรมันเวลาจะถ่ายหนัก ต้องมาชุมนุมเข้าส้วมพร้อมๆกันที่นี่(ฮา)

ที่ผ่านมาผมเคยไปเมืองโรมันโบราณมาก็หลายแห่งในหลายประเทศ แต่ที่ชอบและประทับใจที่สุดก็คือที่ Dougga นี่แหละครับเพราะมีครบทั้งบ้านเรือน โรงละคร มหาวิหาร โบสถ์ฯที่ยังดูสมบูรณ์มาก ทำให้เห็นภาพของเมืองโบราณยุคโรมันได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะบริเวณมหาวิหารนี่อารมณ์คล้ายๆกับที่กรุงเอเธนส์เลยครับ




รูปด้านล่าง ที่เป็นหลุมๆก็คือส้วมสาธารณะ แสดงให้เห็นว่าในสมัยโบราณคนโรมันเวลาจะถ่ายหนัก ต้องมาชุมนุมเข้าส้วมพร้อมๆกันที่นี่(ฮา)

ที่ผ่านมาผมเคยไปเมืองโรมันโบราณมาก็หลายแห่งในหลายประเทศ แต่ที่ชอบและประทับใจที่สุดก็คือที่ Dougga นี่แหละครับเพราะมีครบทั้งบ้านเรือน โรงละคร มหาวิหาร โบสถ์ฯที่ยังดูสมบูรณ์มาก ทำให้เห็นภาพของเมืองโบราณยุคโรมันได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะบริเวณมหาวิหารนี่อารมณ์คล้ายๆกับที่กรุงเอเธนส์เลยครับ


ความคิดเห็นที่ 22
เปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองโรมันโบราณ มาท่องเที่ยวโดยรถไฟสายกิ้งก่าแดงหรือ Red Lizard Train กันบ้าง

นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกมาที่สถานีรถไฟมิตลาวี (Metaloui railway station) เพื่อนั่งรถไฟสายกิ้งก่าแดง ซึ่งถือได้ว่าเป็นของขวัญหรือมรดกที่ฝรั่งเศสได้ทิ้งไว้ให้ เป็นการสร้างรายได้จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้กับชาวตูนิเซีย


บรรยากาศภายในแต่ละตู้ขบวนรถไฟ

รถไฟไต่ระดับขึ้นสู่เทือกเขาแอตลาส (Mt. Atlas) ลัดเลาะผ่านแคนยอนผาสูงตระหง่าน สู่พื้นที่สีเขียวที่ปกคลุมด้วยหญ้าและพุ่มไม้กับธารน้ำสายแคบ ๆ สลับกับพื้นราบที่แห้งแล้งของทะเลทราย


บางครั้งก็ลอดถ้ำที่เจาะผ่านขุนเขาแอตลาสไปสู่อีกฟากหนึ่ง ในเส้นทางที่ใช้สำหรับการทำเหมืองแร่ฟอสเฟตในอดีต


รถไฟสายกิ่งก่าแดงจะหยุดจอดตอนขาไป 2 ครั้งเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปตามจุดต่างๆ ครั้งละประมาณ 10 นาที ใช้เวลาในการเดินทางไป-กลับประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งครับ

รถไฟจะแล่นไปจนถึงเหมืองฟอสเฟตแล้วแล่นกลับสถานี


ถ้าได้มีโอกาสไปเที่ยวตูนิเเซียแล้ว การนั่งรถไฟสายกิ้งก่าแดงเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของตูนิเซียที่ไม่ควรพลาดครับ

นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกมาที่สถานีรถไฟมิตลาวี (Metaloui railway station) เพื่อนั่งรถไฟสายกิ้งก่าแดง ซึ่งถือได้ว่าเป็นของขวัญหรือมรดกที่ฝรั่งเศสได้ทิ้งไว้ให้ เป็นการสร้างรายได้จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้กับชาวตูนิเซีย


บรรยากาศภายในแต่ละตู้ขบวนรถไฟ

รถไฟไต่ระดับขึ้นสู่เทือกเขาแอตลาส (Mt. Atlas) ลัดเลาะผ่านแคนยอนผาสูงตระหง่าน สู่พื้นที่สีเขียวที่ปกคลุมด้วยหญ้าและพุ่มไม้กับธารน้ำสายแคบ ๆ สลับกับพื้นราบที่แห้งแล้งของทะเลทราย


บางครั้งก็ลอดถ้ำที่เจาะผ่านขุนเขาแอตลาสไปสู่อีกฟากหนึ่ง ในเส้นทางที่ใช้สำหรับการทำเหมืองแร่ฟอสเฟตในอดีต


รถไฟสายกิ่งก่าแดงจะหยุดจอดตอนขาไป 2 ครั้งเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปตามจุดต่างๆ ครั้งละประมาณ 10 นาที ใช้เวลาในการเดินทางไป-กลับประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งครับ

รถไฟจะแล่นไปจนถึงเหมืองฟอสเฟตแล้วแล่นกลับสถานี


ถ้าได้มีโอกาสไปเที่ยวตูนิเเซียแล้ว การนั่งรถไฟสายกิ้งก่าแดงเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของตูนิเซียที่ไม่ควรพลาดครับ
ความคิดเห็นที่ 23
เมืองโทเซอร์(Tozeur) ในอดีตเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญของโรมัน
เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยต้นปาล์มและอินทผลัมและเป็นฐานในการเดินทางสู่
โอเอซิสกลางทะเลทราย 3 แห่งได้แก่ เชบิกา (Chebika) ทาเมอร์ซา (Tamerza)
และไมเดส (Mides) ซึ่งต้องเปลี่ยนจากรถบัสเป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อ
ขับตามๆกันไปครับ


โอเอซิสแห่งแรกก็คือเชบิกา (Chebika) ตั้งอยู่ที่เชิงเขา Djebel el เป็นโอเอซิสภูเขาภายใต้ร่มเงาของต้นปาล์มและอินทผาลัม

รถจอดด้านหน้าทางเข้า จากนั้นต้องเดินเข้าไปอีกประมาณ 10 นาทีครับ


ทางเดินไปโอเอซิส บรรยากาศร่มรื่นมาก จนไม่น่าเชื่อว่ากำลังอยู่ในทะเลทราย

โอเอซิส Chebika มีแหล่งน้ำ น้ำตกและลำธาร และเป็นฉากถ่ายทำภาพยนต์เรื่อง Star War Episode IV



โอเอซิสแห่งแรกก็คือเชบิกา (Chebika) ตั้งอยู่ที่เชิงเขา Djebel el เป็นโอเอซิสภูเขาภายใต้ร่มเงาของต้นปาล์มและอินทผาลัม

รถจอดด้านหน้าทางเข้า จากนั้นต้องเดินเข้าไปอีกประมาณ 10 นาทีครับ


ทางเดินไปโอเอซิส บรรยากาศร่มรื่นมาก จนไม่น่าเชื่อว่ากำลังอยู่ในทะเลทราย

โอเอซิส Chebika มีแหล่งน้ำ น้ำตกและลำธาร และเป็นฉากถ่ายทำภาพยนต์เรื่อง Star War Episode IV

ความคิดเห็นที่ 24
โอเอซิสแห่งที่สองก็คือทาเมอร์ซา (Tamerza)
โอเอซิสภูเขาที่ใหญ่ที่สุดในตูนิเซีย และมีเมืองอยู่รอบนอกบริเวณเชิงเขา
เต็มไปด้วยภูมิทัศน์ของแคนย่อนขุนเขาสูงชัน กำแพงผาเป็นหินโค้ง
มีธารน้ำตกสองสายไหลลงสู่หุบเบื้องล่าง ยิ่งใหญ่อลังการมากครับ

ไกด์บอกว่าที่นี่ใช้เป็นฉากในภาพยนต์รางวัลออสการ์เรื่อง The English Patient ด้วย

กุหลายทะเลทราย(Sand Rose) เป็นหินทรายที่ตกผลึกลักษณะคล้ายๆกุหลาบ

ไกด์บอกว่าที่นี่ใช้เป็นฉากในภาพยนต์รางวัลออสการ์เรื่อง The English Patient ด้วย

กุหลายทะเลทราย(Sand Rose) เป็นหินทรายที่ตกผลึกลักษณะคล้ายๆกุหลาบ
ความคิดเห็นที่ 25
โอเอซิสแห่งสุดท้ายที่ผมมีโอกาสได้ไปเยือนก็คือ ไมเดส (Mides)
โอเอซิสที่ถูกขนาบด้วยเขาลักษณะแคนย่อนที่ถูกกัดเซาะโดยสายน้ำในช่วงอดีตดึก
ดำบรรพ์ 2 ลูก เป็นแนวผาหินสีชมพูรูปทรงสวยงามมีความยาวถึง 3 กิโลเมตร



สรุปแล้วการเยือน 3 โอเอซิส ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดครับ เพราะแปลกและมหัศจรรย์มากๆที่มีสถานที่แบบนี้ตั้งอยู่ในทะเลทรายที่แห้งแล้ง



สรุปแล้วการเยือน 3 โอเอซิส ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดครับ เพราะแปลกและมหัศจรรย์มากๆที่มีสถานที่แบบนี้ตั้งอยู่ในทะเลทรายที่แห้งแล้ง
ความคิดเห็นที่ 26
ระหว่างการเดินทางจากเมืองโทเซอร์(Tozeur)ไปยังเมืองดูซ(Douz)
จะเห็นทะเลเกลือในทะเลทราย Chott El Jerid Salt Lake
ซึ่งมีบริเวณพื้นที่กว้างขวางถึง 5,000 ตารางกิโลเมตร
เมื่อหลายพันปีที่ผ่านมาบริเวณนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์เปลี่ยนเป็นพื้นดินทำให้เกิดการตกผลึก
เป็นเกลือฝังลึกลงใต้พื้นผิว


บริเวณนี้ห่างจากประเทศแอลจีเรียประมาณ 150 กิโลเมตร


ห้องส้วมคลาสิคจริงๆ


บริเวณนี้ห่างจากประเทศแอลจีเรียประมาณ 150 กิโลเมตร


ห้องส้วมคลาสิคจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 27
เมือง Douz เมืองที่ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศ เป็นฐานสำหรับการขี่อูฐในทะเลทรายซาฮาร่า


การขี่อูฐครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตของผม ตอนแรกก็กลัวตกเหมือนกันครับแต่พอขี่ๆไปซักพักก็เพลินดีเหมือนกัน อ้อตอนที่ขี่อูฐเป็นเวลาตอนกลางวันแต่อากาศก็ไม่ร้อนอย่างที่คิดครับ นี่น่าจะเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของการเที่ยวประเทศทะเลทรายตอนฤดูหนาว


การขี่อูฐครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตของผม ตอนแรกก็กลัวตกเหมือนกันครับแต่พอขี่ๆไปซักพักก็เพลินดีเหมือนกัน อ้อตอนที่ขี่อูฐเป็นเวลาตอนกลางวันแต่อากาศก็ไม่ร้อนอย่างที่คิดครับ นี่น่าจะเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของการเที่ยวประเทศทะเลทรายตอนฤดูหนาว
ความคิดเห็นที่ 28
เมืองไครูอาน (Kairouan)
เป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมอิสลามที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกโดยองค์การยู
เนสโก สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองนี้แห่งแรกที่จะพาไปชมก็คือ หนึ่งในจำนวน 15
สระน้ำอักห์ลาไบท์(The Aghlabite Pools)

แผนผัง

The Aghlabite Pools สระกักเก็บน้ำเพื่อส่งป้อนเข้าสู่ตัวเมือง สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของคนในศตวรรษที่ 7 ที่สามารถพัฒนานำระบบไฮโดรลิกมาใช้งานทดน้ำเพื่อการประปา

แผนผัง

The Aghlabite Pools สระกักเก็บน้ำเพื่อส่งป้อนเข้าสู่ตัวเมือง สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของคนในศตวรรษที่ 7 ที่สามารถพัฒนานำระบบไฮโดรลิกมาใช้งานทดน้ำเพื่อการประปา
ความคิดเห็นที่ 29
สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งอยู่ด้านในของกำแพงเมืองเก่าย่านเมดิน่าเป็น
The Great Mosque of Sidi Uqba
หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองไครูอาน ถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ.
817 จากมัสยิดเดิมที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 670
มัสยิดแห่งนี้ก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง
เพราะเป็นมัสยิดแรกและในเมืองแรกของศาสนาอิสลามในโลกอิสลามตะวันตก



ไม่ไกลจาก The Great Mosque of Sidi Uqba (เดินทางประมาณ 15 นาที) ก็ถึงสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งคือ Sidi Sahbi Mausoleum หรือเป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่าเป็นมัสยิดของช่างตัดผม (Mosque of the Barber)

มัสยิด Sidi Sahbi Mausoleum แห่งนี้เป็นที่เคารพบูชาของ อาบู ซามา อัลบาลาวี (Abu Zama’ al-Balaui) ผู้นำศาสนาอิสลามที่รู้จักกันอย่างดีในนาม ซาดิ ซาห์บี สหายขององค์ศาสดามูฮัมมัด ซึ่งเคยประกอบอาชีพช่างตัดผมและได้เก็บเครา 3 เส้นของพระศาสดามูฮัมมัดไว้ในกระเป๋าและติดตัวโดยตลอด จึงนำชื่อของท่านมาใช้กับมัสยิดแห่งนี้




ไม่ไกลจาก The Great Mosque of Sidi Uqba (เดินทางประมาณ 15 นาที) ก็ถึงสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งคือ Sidi Sahbi Mausoleum หรือเป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่าเป็นมัสยิดของช่างตัดผม (Mosque of the Barber)

มัสยิด Sidi Sahbi Mausoleum แห่งนี้เป็นที่เคารพบูชาของ อาบู ซามา อัลบาลาวี (Abu Zama’ al-Balaui) ผู้นำศาสนาอิสลามที่รู้จักกันอย่างดีในนาม ซาดิ ซาห์บี สหายขององค์ศาสดามูฮัมมัด ซึ่งเคยประกอบอาชีพช่างตัดผมและได้เก็บเครา 3 เส้นของพระศาสดามูฮัมมัดไว้ในกระเป๋าและติดตัวโดยตลอด จึงนำชื่อของท่านมาใช้กับมัสยิดแห่งนี้

ความคิดเห็นที่ 34
จากเมือง Chennini ก็เดินทางต่อไปยัง คซาร์ อูเลด โซล์ทาเน่ (Ksar
Ouled Soltane) ป้อมปราการโบราณของชาวพื้นเมืองเบอร์เบอร์
ซึ่งในอดีตใช้เป็นป้อมปราการและยุ้งฉางในการเก็บพืชผลการเกษตรที่ปัจจุบัน
ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี และยังเคยเป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Star
Wars: The Phantom Menace




ความคิดเห็นที่ 35
เมืองแมทมาท่า (Matmata) อยู่ทางภาคใต้ของประเทศ
เป็นเมืองขนาดเล็กที่ยังคงมีชาวเบอร์เบอร์อาศัยอยู่บางส่วนในถิ่นที่อยู่
อาศัยโครงสร้างใต้ดินแบบดั้งเดิม

โครงสร้างดังกล่าวคือการขุดหลุมขนาดใหญ่เป็นปล่องลึกลงไปในพื้นดินและหินราว 5 – 10 เมตร จนเกิดเป็นลานกว้าง จากนั้นขุดเจาะตามแนวกำแพงปล่องเป็นโพรงถ้ำเพื่อใช้เป็นห้องพักและห้องต่างๆ โดยมีทางเดินแคบๆเชื่อมต่อกัน มีบันไดทอดเทียบเพื่อลงไปสู่ลานบ้านหลุม และสามารถจัดเก็บได้เมื่อไม่ใช้งาน


โครงสร้างดังกล่าวคือการขุดหลุมขนาดใหญ่เป็นปล่องลึกลงไปในพื้นดินและหินราว 5 – 10 เมตร จนเกิดเป็นลานกว้าง จากนั้นขุดเจาะตามแนวกำแพงปล่องเป็นโพรงถ้ำเพื่อใช้เป็นห้องพักและห้องต่างๆ โดยมีทางเดินแคบๆเชื่อมต่อกัน มีบันไดทอดเทียบเพื่อลงไปสู่ลานบ้านหลุม และสามารถจัดเก็บได้เมื่อไม่ใช้งาน

ความคิดเห็นที่ 36
ประเทศตูนิเซียดูเหมือนว่าจะถูกใช้เป็นที่ถ่ายทำภาพยนต์เรื่อง Star
Wars ในหลายภาค อย่างเช่นโรงแรม Sidi Driss นักท่องเที่ยวเยอะมาก
เพราะมีทั้งสาวก Star Wars มาตามรอยสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์
ขณะที่นักท่องเที่ยวบางส่วนก็มารับประทานอาหารกลางวัน



สถานที่ถ่ายทำ Star Wars ของจริงเปรียบเทียบกับในรูป(น่าจะเป็นภาคแรกๆ)


Star Wars Cafe



สถานที่ถ่ายทำ Star Wars ของจริงเปรียบเทียบกับในรูป(น่าจะเป็นภาคแรกๆ)


Star Wars Cafe
ความคิดเห็นที่ 37
ยังไม่หมดครับ ทัวร์ยังพาผมไปชมสถานที่ถ่ายทำ Star Wars อีกที่หนึ่ง
เรียกว่าเอาให้หายอยากไปเลย(ฮา) แต่กว่าจะไปถึงก็ค่ำมืดแล้ว

สถานที่นี้คือ Hotel KSARHEDADA ซึ่งใช้เป็นที่ถ่ายทำ Star Wars : The Phantom Menace เมื่อปี 1997

บรรยากาศด้านในซึ่งค่อนข้างมืด เลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูปครับ

สถานที่นี้คือ Hotel KSARHEDADA ซึ่งใช้เป็นที่ถ่ายทำ Star Wars : The Phantom Menace เมื่อปี 1997

บรรยากาศด้านในซึ่งค่อนข้างมืด เลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูปครับ
ความคิดเห็นที่ 39
เมืองเอล เจม (El Jem) เป็นเมืองเล็กๆทางตะวันออกของประเทศ
เป็นอดีตเมืองโรมันที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญคือ
โคลอสเซี่ยมที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ.
1979



Amphitheatre of El Jem เป็นโคลอสเซี่ยมที่ใหญ่โตมาก มองด้วยตาเปล่านี่ก็ระดับน้องๆโคลอสเซี่ยมในกรุงโรมเลยละครับ แต่จุดเด่นของโคลอสเซียมที่นี่ที่เหนือกว่าก็คือ มีห้องใต้ดินซึ่งเป็นที่เตรียมตัวของเหล่าผู้กล้า Gladiator หรือเป็นที่ขังสัตว์ดุร้าย ก่อนที่จะขึ้นไปต่อสู้กันด้านบน ขณะที่ห้องใต้ดินของโคลอสเซียมที่โรมผุพังไปเกือบหมดแล้ว


ด้านนอกของโคลอสเซี่ยม



Amphitheatre of El Jem เป็นโคลอสเซี่ยมที่ใหญ่โตมาก มองด้วยตาเปล่านี่ก็ระดับน้องๆโคลอสเซี่ยมในกรุงโรมเลยละครับ แต่จุดเด่นของโคลอสเซียมที่นี่ที่เหนือกว่าก็คือ มีห้องใต้ดินซึ่งเป็นที่เตรียมตัวของเหล่าผู้กล้า Gladiator หรือเป็นที่ขังสัตว์ดุร้าย ก่อนที่จะขึ้นไปต่อสู้กันด้านบน ขณะที่ห้องใต้ดินของโคลอสเซียมที่โรมผุพังไปเกือบหมดแล้ว


ด้านนอกของโคลอสเซี่ยม
ความคิดเห็นที่ 42
ค่าครองชีพของตูนีเซียถือว่าไม่แพงครับ
เผลอๆจะถูกกว่าเมืองไทยด้วยซ้ำ อาหารที่ขายตามร้านราคาอยู่ระหว่าง 2 - 5
ดีนาร์หรือประมาณ 40 - 100 บาท(1 ดีนาร์ประมาณ 20 บาท)
ขณะที่ร้านตามแผงลอยข้างถนนเท่าที่ผมเดินสำรวจราคาก็ถูกมากๆครับ

ส่วนอาหารที่นี่ส่วนใหญ่ก็จะแนวเป็นไก่ ปลา หรือเนื้อ ส่วนข้าวก็จะเม็ดเล็กๆไม่ค่อยถูกปากเท่าไรครับ

ส่วนอาหารที่นี่ส่วนใหญ่ก็จะแนวเป็นไก่ ปลา หรือเนื้อ ส่วนข้าวก็จะเม็ดเล็กๆไม่ค่อยถูกปากเท่าไรครับ
ความคิดเห็นที่ 43
จบแล้วครับสำหรับรีวิวทริปท่องเที่ยวเจาะลึกประเทศตูนิเซีย (Tunisia)
: มกราคม 2557
ของผม หวังว่าริวิวจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ
ขอส่งท้ายด้วยรอยยิ้มน่ารักๆของเด็กน้อยชาวตูนิเซีย

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน ขอบคุณทุกความคิดเห็น ขอบคุณทุก gift ที่มอบให้ ข้อมูลผิดพลาดประการใดก็ต้องขออภัยด้วยนะครับ สวัสดีครับ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน ขอบคุณทุกความคิดเห็น ขอบคุณทุก gift ที่มอบให้ ข้อมูลผิดพลาดประการใดก็ต้องขออภัยด้วยนะครับ สวัสดีครับ
แสดงความคิดเห็น





































[CR]== รีวิวท่องเที่ยวเจาะลึกประเทศตูนิเซีย (Tunisia) : มกราคม 2557 ==
ประเทศตูนิเซีย เป็นประเทศอาหรับมุสลิมตั้งอยู่แถบแอฟริกาเหนือ บนชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พรมแดนอยู่ติดกับประเทศอัลจีเรียและลิเบีย มีประชากรประมาณ 10.8 ล้านคน ในอดีตตูนิเซียเคยเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส และถ้าดูตามแผนที่ตูนิเซียตั้งอยู่ไม่ไกลจากเกาะซิซิลีของประเทศอิตาลี จึงเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ชาวยุโรปมักจะนิยมไปท่องเที่ยวพักผ่อนในช่วงวัน หยุด (Cr.รูปภาพจาก owl-and-mouse.com)
จุดเด่นทางด้านการท่องเที่ยวของตูนิเซียก็คือความหลากหลาย ตูนิเซียมีทั้งโบราณสถานยุคอนาจักรโรมัน โคลอสเซี่ยม หมู่บ้านริมทะเล โอเอซิสกลางทะเลทราย รถไฟสายท่องเที่ยว รวมถึงพิพิธภัณฑ์ที่เก็บสะสมชิ้นงานประดับโมเสกที่ใหญ่ที่สุดในโลก
วันเสาร์ เวลา 16:02 น.