49 ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 2
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปท่องเที่ยวมาแล้วเกือบทุกภาคของประเทศไทย แต่ก็มีสถานที่หนึ่งที่อยู่ในใจมานานก็คือ อ.เบตง จ.ยะลา ผมรู้จักเบตงมาตั้งแต่ตอนสมัยเด็กๆที่คุณครูสอนว่าเป็นอำเภอที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย แต่เนื่องจากเบตงอยู่ไกลจากบ้านผมมาก อีกทั้งข่าวคราวปัญหาความไม่สงบในเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้ผมไม่ได้ไปเยือนดินแดนสุดปลายด้ามขวานแห่งนี้ซักที จนเพิ่งจะได้มีโอกาสไปเยือนก็เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี่เองครับ

ทริปนี้ผมเดินทางไปเบตงโดยสายการบิน Air Asia เที่ยวบินเชียงใหม่-หาดใหญ่(แวะเที่ยวหาดใหญ่ 1 วัน) จากนั้นนั่งรถตู้จากหาดใหญ่ต่อไปยังเบตง

คิวรถตู้หาดใหญ่-เบตงช่วงเดือนสิงหาคมที่ผมไป มีเหลืออยู่เจ้าเดียวคือเบตงทัวร์ คิวรถจะอยู่ตรงถนนธรรมนูญวิถี บริเวณสี่แยก(ตรงข้ามธนาคารนครหลวงไทย)ใกล้ๆสถานีรถไฟหาดใหญ่ หรือจะไปขึ้นที่สถานีขนส่งหาดใหญ่ก็ได้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงครับ

ทริปนี้ผมเดินทางไปเบตงโดยสายการบิน Air Asia เที่ยวบินเชียงใหม่-หาดใหญ่(แวะเที่ยวหาดใหญ่ 1 วัน) จากนั้นนั่งรถตู้จากหาดใหญ่ต่อไปยังเบตง

คิวรถตู้หาดใหญ่-เบตงช่วงเดือนสิงหาคมที่ผมไป มีเหลืออยู่เจ้าเดียวคือเบตงทัวร์ คิวรถจะอยู่ตรงถนนธรรมนูญวิถี บริเวณสี่แยก(ตรงข้ามธนาคารนครหลวงไทย)ใกล้ๆสถานีรถไฟหาดใหญ่ หรือจะไปขึ้นที่สถานีขนส่งหาดใหญ่ก็ได้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงครับ
ความคิดเห็นที่ 3
ก่อนอื่นของแนะนำอำเภอเบตงก่อนนะครับ(ข้อมูลจาก wikipedia)
เบตง เป็นอำเภอที่มีขนาดใหญ่ในจังหวัดยะลา นับเป็นอำเภอที่ตั้งอยู่ใต้สุดของประเทศไทย โดยมีลักษณะเป็นหัวหอกยื่นเข้าไปในประเทศมาเลเซีย ตั้งอยู่ในแนวเทือกเขาสันการาคีรี มีเนื้อที่ประมาณ 1,328 ตารางกิโลเมตร ห่างจากตัวเมืองยะลาประมาณ 140 กิโลเมตร และห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 1,590 กิโลเมตร ด้วยภูมิประเทศของอำเภอเบตงส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงจึงทำให้เบตงมีอากาศดี และมีหมอกตลอดปี ดังคำขวัญประจำอำเภอที่ว่า “เมืองในหมอก ดอกไม้งาม ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน”
เบตง เป็นอำเภอที่มีขนาดใหญ่ในจังหวัดยะลา นับเป็นอำเภอที่ตั้งอยู่ใต้สุดของประเทศไทย โดยมีลักษณะเป็นหัวหอกยื่นเข้าไปในประเทศมาเลเซีย ตั้งอยู่ในแนวเทือกเขาสันการาคีรี มีเนื้อที่ประมาณ 1,328 ตารางกิโลเมตร ห่างจากตัวเมืองยะลาประมาณ 140 กิโลเมตร และห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 1,590 กิโลเมตร ด้วยภูมิประเทศของอำเภอเบตงส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงจึงทำให้เบตงมีอากาศดี และมีหมอกตลอดปี ดังคำขวัญประจำอำเภอที่ว่า “เมืองในหมอก ดอกไม้งาม ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน”
ความคิดเห็นที่ 4
ช่วงที่ผมไปเยือนเบตง เป็น 2 สัปดาห์ภายหลังจากเหตุการณ์คาร์บอมบริเวณใจกลางเมืองเบตง(เหตุเกิดปลายเดือนกรกฎาคม 2557) นักท่องเที่ยวน้อยมาก นักท่องเที่ยวต่างชาติ(โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย)ต่างพากันยกเลิกห้องพักกันหมด นักท่องเที่ยวชาวไทยนี่แทบไม่มีเลย บรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา แต่ช่วงที่ผมอยู่ที่เบตงก็รู้สึกปลอดภัยดีนะครับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร รวมทั้งอาสาสมัคร ต่างก็ทำงานกันอย่างเข้มแข็ง สร้างความมั่นใจในการท่องเที่ยวได้มากครับ
ทริปนี้ผมพักที่โรงแรม ModernThai hotel อยู่บริเวณใจกลางเมือง เดินจากหอนาฬิกาไม่เกิน 5 นาทีก็ถึงหน้าโรงแรมแล้ว ทำเลดีมากครับ


ส่วนวิธีการเดินทางท่องเที่ยวเบตงของผมในทริปนี้ก็คือการเช่ามอเตอร์ไซต์ (สอบถามได้ที่เคาเตอร์โรงแรม ค่าเช่าประมาณ 300 บาทต่อวัน)
ทริปนี้ผมพักที่โรงแรม ModernThai hotel อยู่บริเวณใจกลางเมือง เดินจากหอนาฬิกาไม่เกิน 5 นาทีก็ถึงหน้าโรงแรมแล้ว ทำเลดีมากครับ


ส่วนวิธีการเดินทางท่องเที่ยวเบตงของผมในทริปนี้ก็คือการเช่ามอเตอร์ไซต์ (สอบถามได้ที่เคาเตอร์โรงแรม ค่าเช่าประมาณ 300 บาทต่อวัน)
ความคิดเห็นที่ 6
กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ว่าแล้วก็ต้องไปเยือนร้านตาหยิน ร้านอาหารชื่อดังของอำเภอเบตง ร้านนี้อยู่ใกล้ๆกับหอนาฬิกาเช่นกัน(แต่ละคนละด้านกับโรงแรมที่ผมพัก)

อาหารที่ขึ้นชื่อได้แก่เคาหยก ปลาจีนนึ่งบ๊วย ผัดผักน้ำ และที่ชนะเลิศก็คือไก่สับเบตง ซึ่งเป็นเมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาดครับ

ด้านหน้าร้านจะเป็นคิวรถเบตง-หาดใหญ่

อาหารที่ขึ้นชื่อได้แก่เคาหยก ปลาจีนนึ่งบ๊วย ผัดผักน้ำ และที่ชนะเลิศก็คือไก่สับเบตง ซึ่งเป็นเมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาดครับ

ด้านหน้าร้านจะเป็นคิวรถเบตง-หาดใหญ่
ความคิดเห็นที่ 7
หลังจากทานอาหารที่ร้านต้าหยินจนอิ่มแปล้ ผมก็แว๊นมอเตอร์ไซต์เที่ยวรอบๆเบตงเพื่อสำรวจเส้นทาง โดยจุดศูนย์กลางของอำเภอเบตงก็คือหอนาฬิกาเบตง หอนาฬิกาแห่งนี้เป็นสิ่งก่อสร้างอันเก่าแก่ที่อยู่เคียงคู่กับเมืองเบตงมายาวนาน เปรียบเป็นสัญลักษณ์ที่ตั้งอยู่จุดศูนย์กลางของเมือง ช่วงเย็นๆจะเห็นฝูงนกนางแอ่นนับหมื่นตัวมาเกาะอยู่รอบๆสายไฟครับ
ความคิดเห็นที่ 8
ความคิดเห็นที่ 11
รถแท็กซี่เบนซ์ หนึ่งในสัญลักษณ์ของการเดินทางใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

เอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของอำเภอเบตงก็คือป้ายทะเบียน เป็นอำเภอที่ได้รับอนุญาตให้สามารถรับจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และคนขับรถได้ที่อำเภอ โดยไม่ต้องเข้ามาจดทะเบียนที่จังหวัดยะลา จึงเป็นผลให้อำเภอเบตงเป็นอำเภอเดียวในประเทศไทยที่รถจดทะเบียนจะได้รับป้ายทะเบียนรถ "เบตง"

เอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของอำเภอเบตงก็คือป้ายทะเบียน เป็นอำเภอที่ได้รับอนุญาตให้สามารถรับจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และคนขับรถได้ที่อำเภอ โดยไม่ต้องเข้ามาจดทะเบียนที่จังหวัดยะลา จึงเป็นผลให้อำเภอเบตงเป็นอำเภอเดียวในประเทศไทยที่รถจดทะเบียนจะได้รับป้ายทะเบียนรถ "เบตง"
ความคิดเห็นที่ 13
วัดพุทธาธิวาสตั้งอยู่ใกล้ๆกับโรงเรียนจงฝามูลนิธิ บรรยากาศร่มรื่นมากครับ


วัดพุทธาธิวาสประกอบไปด้วยพระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ โดยองค์เจดีย์ตั้งอยู่บนเนินเขา ภายในพระมหาธาตุเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธธรรมกายมงคลประยูรเกศานนท์สุพิธาน เป็นองค์พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์องค์ใหญ่




วัดพุทธาธิวาสประกอบไปด้วยพระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ โดยองค์เจดีย์ตั้งอยู่บนเนินเขา ภายในพระมหาธาตุเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธธรรมกายมงคลประยูรเกศานนท์สุพิธาน เป็นองค์พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์องค์ใหญ่


ความคิดเห็นที่ 18
หลังจากวันแรกผมตะเวนขี่มอเตอร์ไซต์เที่ยวภายในตัวเมือง วันรุ่งขึ้นก็วางแผนออกไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวนอกตัวเมืองเบตงบ้าง
อาหารมื้อเช้าที่ตั้งใจจะไปทานคือติ่มซำที่ร้านไทซีฮี้ ซึ่งเป็นร้านติ่มซำชื่อดังของเบตง(อยู่บริเวณใกล้ๆปากทางเข้าอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์) แต่ปรากฎว่าโต๊ะเต็มครับ เลยอดทานไปตามระเบียบ

อาหารมื้อเช้าที่ตั้งใจจะไปทานคือติ่มซำที่ร้านไทซีฮี้ ซึ่งเป็นร้านติ่มซำชื่อดังของเบตง(อยู่บริเวณใกล้ๆปากทางเข้าอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์) แต่ปรากฎว่าโต๊ะเต็มครับ เลยอดทานไปตามระเบียบ

ความคิดเห็นที่ 31
หลังจากใช้เวลาที่อุโมงค์ปิยะมิตรพอสมควร ก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังสวนดอกไม้เมืองหนาวซึ่งอยู่ห่างจากอุโมงค์ปิยะมิตรประมาณ 9 กิโลเมตรครับ

เส้นทางระหว่างอุโมงค์ปิยะมิตร - สวนดอกไม้เมืองหนาวเบตง เป็นเส้นทางขึ้นเขาที่ค่อนข้างชันมากครับ บางช่วงรถมอเตอร์ไซต์ขึ้นแทบไม่ไหว(ต้องใช้การเข็นแทน) แถมช่วงที่ผมไปตลอดเส้นทาง 9 กิโลเมตรไม่เจอผู้คนรวมถึงรถสวนหรือขับตามมาแม้แต่คันเดียว ดังนั้นแนะนำให้เช็คสภาพรถและเติมน้ำมันให้เต็มถังก่อนที่จะมาเที่ยวโซนนอกเมืองเบตงนะครับ

เส้นทางระหว่างอุโมงค์ปิยะมิตร - สวนดอกไม้เมืองหนาวเบตง เป็นเส้นทางขึ้นเขาที่ค่อนข้างชันมากครับ บางช่วงรถมอเตอร์ไซต์ขึ้นแทบไม่ไหว(ต้องใช้การเข็นแทน) แถมช่วงที่ผมไปตลอดเส้นทาง 9 กิโลเมตรไม่เจอผู้คนรวมถึงรถสวนหรือขับตามมาแม้แต่คันเดียว ดังนั้นแนะนำให้เช็คสภาพรถและเติมน้ำมันให้เต็มถังก่อนที่จะมาเที่ยวโซนนอกเมืองเบตงนะครับ
ความคิดเห็นที่ 33
สวนดอกไม้เมืองหนาว อยู่ในบริเวณหมู่บ้านปิยะมิตร 2 ซึ่งห่างจากหมู่บ้านปิยะมิตร 1 ประมาณ 9 กิเมตร เป็นโครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี


สวนดอกไม้เมืองหนาวมีพื้นที่ตั้งอยู่บนเขา อากาศเย็นสบาย มีแปลงทดลองปลูกไม้ดอกหลายประเภท ปัจจุบันทางโครงการมีบ้านพักไว้ให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย บรรยากาศคล้ายๆกับสวนดอกไม้ทางภาคเหนือครับ



สวนดอกไม้เมืองหนาวมีพื้นที่ตั้งอยู่บนเขา อากาศเย็นสบาย มีแปลงทดลองปลูกไม้ดอกหลายประเภท ปัจจุบันทางโครงการมีบ้านพักไว้ให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย บรรยากาศคล้ายๆกับสวนดอกไม้ทางภาคเหนือครับ

ความคิดเห็นที่ 34
หลังจากเที่ยวชมสวนดอกไม้เมืองหนาวเบตง ก็ได้เวลากลับเข้ามายังตัวเมืองเบตงเพื่อทานอาหารกลางวัน อากาศตอนเที่ยงๆบนภูเขาเย็นสบาย แต่ในตัวเมืองเบตงค่อนข้างร้อนครับ
ไหนๆก็มาถึงเบตง ก็ต้องลองทานข้าวมันไก่เบตงต้นตำหรับกันซะหน่อย ลองสอบถามคนพื้นที่ว่าเจ้าไหนอร่อย เขาแนะนำร้านนี้ครับ

ไหนๆก็มาถึงเบตง ก็ต้องลองทานข้าวมันไก่เบตงต้นตำหรับกันซะหน่อย ลองสอบถามคนพื้นที่ว่าเจ้าไหนอร่อย เขาแนะนำร้านนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 43
ก่อนจบการรีวิวกระทู้นี้ ขอแบ่งปันข้อมูลการเดินทางจากปีนังไปเบตง(ได้รับการอนุเคราะห์ข้อมูลจากคุณ Trus Kris ต้องขอขอบคุณมากนะครับ)
1. จากเมืองเบตง ที่หน้าเบตงพลาซ่ามีรถสองแถวบริการไปด่านพรมแดนเบตง (อาจให้โรงแรมที่พักเรียกรถให้ก็ได้ครับ)
2. หลังจากผ่านด่านเบตง จากด่านชายแดนมาเลย์เดินไปนิดหน่อย จะมีแท็กซี่ของมาเลย์ บอกแท็กซี่ให้ไปสถานีขนส่งบาร์ลิ่ง ราคาเหมาต่อคัน 250 บาท หรือ 25 RM
3. พอถึงสถานีขนส่งบาร์ลิ่ง จะมีรถไปท่ารถบัตเตอร์เวิร์ธ มีรอบ 6.00 7.30 10.00 11.00 12.30 14.00 15.00 16.00 18.00 19.00 (เวลาประเทศมาเลเซีย)โดยสามารถจ่ายค่าตั๋วที่คนขับรถตอนขึ้น ราคาถ้าจำไม่ผิดก็คนละ 7.4 RM หรือราว ๆ นี้ครับ ใช้เวลาเดินทางเกือบสองชั่วโมง
4. เมื่อถึงท่ารถบัตเตอร์เวิร์ธ ก็ข้ามเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากมายังท่ารถ Jetty ที่เมืองจอร์จทาวน์ได้เลยครับ
5. จากท่ารถ Jetty ก็มีรถไปในเมืองหลายสายเลยครับ

อากาศปีนังช่วงเดือนสิงหาคมตอนที่ผมไปเที่ยว กลางวันค่อนข้างร้อนจัด ช่วงเย็นๆฝนตกครับ
1. จากเมืองเบตง ที่หน้าเบตงพลาซ่ามีรถสองแถวบริการไปด่านพรมแดนเบตง (อาจให้โรงแรมที่พักเรียกรถให้ก็ได้ครับ)
2. หลังจากผ่านด่านเบตง จากด่านชายแดนมาเลย์เดินไปนิดหน่อย จะมีแท็กซี่ของมาเลย์ บอกแท็กซี่ให้ไปสถานีขนส่งบาร์ลิ่ง ราคาเหมาต่อคัน 250 บาท หรือ 25 RM
3. พอถึงสถานีขนส่งบาร์ลิ่ง จะมีรถไปท่ารถบัตเตอร์เวิร์ธ มีรอบ 6.00 7.30 10.00 11.00 12.30 14.00 15.00 16.00 18.00 19.00 (เวลาประเทศมาเลเซีย)โดยสามารถจ่ายค่าตั๋วที่คนขับรถตอนขึ้น ราคาถ้าจำไม่ผิดก็คนละ 7.4 RM หรือราว ๆ นี้ครับ ใช้เวลาเดินทางเกือบสองชั่วโมง
4. เมื่อถึงท่ารถบัตเตอร์เวิร์ธ ก็ข้ามเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากมายังท่ารถ Jetty ที่เมืองจอร์จทาวน์ได้เลยครับ
5. จากท่ารถ Jetty ก็มีรถไปในเมืองหลายสายเลยครับ

อากาศปีนังช่วงเดือนสิงหาคมตอนที่ผมไปเที่ยว กลางวันค่อนข้างร้อนจัด ช่วงเย็นๆฝนตกครับ
ความคิดเห็นที่ 44
จบแล้วครับสำหรับริวิวท่องเที่ยวเบตงของผมครับ ขออำลาด้วยภาพธงชาติไทยที่ถ่ายที่โรงเรียนจงฝามูลนิธิ เที่ยวเบตงทริปนี้ผมมีความสุขและประทับใจมาก ถ้ามีโอกาสคงได้กลับมาเยือนอีกครั้ง
ขอขอบคุณพี่ๆทหาร ตำรวจ ข้าราชการ อาสาสมัครฯ ที่ช่วยดูแลปกป้องผืนแผ่นดินไทยอย่างเข้มแข็ง และขอให้กำลังใจกับพี่น้องชาวเบตงและชาว 3 จังหวัดชายแดนใต้ทุกท่านนะครับ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมกระทู้ ข้อมูลผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะครับ ขอบคุณและสวัสดีครับ
ขอขอบคุณพี่ๆทหาร ตำรวจ ข้าราชการ อาสาสมัครฯ ที่ช่วยดูแลปกป้องผืนแผ่นดินไทยอย่างเข้มแข็ง และขอให้กำลังใจกับพี่น้องชาวเบตงและชาว 3 จังหวัดชายแดนใต้ทุกท่านนะครับ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมกระทู้ ข้อมูลผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะครับ ขอบคุณและสวัสดีครับ
ความคิดเห็นที่ 46
เบตง เป็นเมืองที่ผมคิดในใจว่า ครั้งหนี่ง อยากไปเที่ยวที่เบตงให้ได้ครับ เพียงแต่ว่า บางครั้งยอมรับกลัวความไม่ปลอดภัยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คนข้างบนผม เป็นคน เบตง เกิดเบตง แกยังบอกเลยว่า ถ้า ไม่มีเหตุการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ แกก็อยากกลับไปอยู่บ้าน ที่เบตง ครับ
ปอลิง เคยเห็นรูปในหนังสือพิมพ์ฉบับหนี่ง ถ่ายรูปมา เมืองอยู่ด้านหน้า ข้างหลังเป็นภูเขาล้อม รูปนั้นสวยจริงๆ ครับ
ปอลิง เคยเห็นรูปในหนังสือพิมพ์ฉบับหนี่ง ถ่ายรูปมา เมืองอยู่ด้านหน้า ข้างหลังเป็นภูเขาล้อม รูปนั้นสวยจริงๆ ครับ
ความคิดเห็นที่ 49
ผมเคย backpack ไปกับเพื่อนๆสมัยเรียนมหาลัย ตอนปิดเดือนตค เที่ยวลงไปตั้งแต่ ตรัง จนถึง ยะลา ใช้เวลา 2 อาทิตย์ ก่อนไม่มีเหตุการณ์น่ากลัวแบบนี้ เหมือนหลุดไปคนละประเทศเลย ไปนอนที่ อ.ปันนังสะตา เด็กๆ วิ่งมาดู ไม่เคยคนแต่งตัวแบบเสื้อยึดเกงยีนส์555 นั่งรถประจำทางไปเรื่อยๆ ยังคิดถึงกล้วยหิน กับ ผักน้ำ ที่เบตงอยู่เลยครับ โอยรำลึกอดีตสงสัยจาแก่แบ้ว 555 เห็นภาพเบตงแล้วมันอดไม่ได้ ถ้ามีโอกาสให้ลองไปนอนบ้านที่เกาะอยู่ท้ายเขื่อนบางลาง นั่งเรือหางยาวไป แล้วเล่นน้ำ โดยฟินปุดๆ
แสดงความคิดเห็น
















































[CR]== รีวิวแบกเป้เที่ยวดินแดนใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน " เบตง " ==
13 ธันวาคม 2557 เวลา 15:13 น.