<img src="https://b.scorecardresearch.com/p?c1=2&c2=20212924&cv=2.0&cj=1" />

[CR]== รีวิวแบกเป้เที่ยวดินแดนใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน " เบตง " ==

กระทู้รีวิว
สวัสดีครับ ช่วงวันหยุดยาววันแม่แห่งชาติเดือนสิงหาคม 2557 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสแบกเป้ไปเที่ยวดินแดนที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งการวางแผนการท่องเที่ยวก็อาศัยข้อมูลจากห้อง Blueplanet แห่งนี้ ก็เลยอยากรีวิวเล่าเรื่องราวการเดินทางทริปเที่ยวเบตง เผื่อจะเป็นประโยชน์กับท่านอื่นๆบ้าง และถ้ารีวิวกระทู้นี้มีข้อผิดพลาดประการใดก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

ชื่อสินค้า:   เบตง
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
49 ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
รอชมอยู่นะคะ

อมยิ้ม01
ความคิดเห็นที่ 2
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปท่องเที่ยวมาแล้วเกือบทุกภาคของประเทศไทย แต่ก็มีสถานที่หนึ่งที่อยู่ในใจมานานก็คือ อ.เบตง จ.ยะลา ผมรู้จักเบตงมาตั้งแต่ตอนสมัยเด็กๆที่คุณครูสอนว่าเป็นอำเภอที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย แต่เนื่องจากเบตงอยู่ไกลจากบ้านผมมาก อีกทั้งข่าวคราวปัญหาความไม่สงบในเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้ผมไม่ได้ไปเยือนดินแดนสุดปลายด้ามขวานแห่งนี้ซักที จนเพิ่งจะได้มีโอกาสไปเยือนก็เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี่เองครับ


ทริปนี้ผมเดินทางไปเบตงโดยสายการบิน  Air Asia เที่ยวบินเชียงใหม่-หาดใหญ่(แวะเที่ยวหาดใหญ่ 1 วัน) จากนั้นนั่งรถตู้จากหาดใหญ่ต่อไปยังเบตง


คิวรถตู้หาดใหญ่-เบตงช่วงเดือนสิงหาคมที่ผมไป มีเหลืออยู่เจ้าเดียวคือเบตงทัวร์ คิวรถจะอยู่ตรงถนนธรรมนูญวิถี บริเวณสี่แยก(ตรงข้ามธนาคารนครหลวงไทย)ใกล้ๆสถานีรถไฟหาดใหญ่ หรือจะไปขึ้นที่สถานีขนส่งหาดใหญ่ก็ได้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
ความคิดเห็นที่ 3
ก่อนอื่นของแนะนำอำเภอเบตงก่อนนะครับ(ข้อมูลจาก wikipedia)

เบตง เป็นอำเภอที่มีขนาดใหญ่ในจังหวัดยะลา นับเป็นอำเภอที่ตั้งอยู่ใต้สุดของประเทศไทย โดยมีลักษณะเป็นหัวหอกยื่นเข้าไปในประเทศมาเลเซีย ตั้งอยู่ในแนวเทือกเขาสันการาคีรี มีเนื้อที่ประมาณ 1,328 ตารางกิโลเมตร ห่างจากตัวเมืองยะลาประมาณ 140 กิโลเมตร และห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 1,590 กิโลเมตร ด้วยภูมิประเทศของอำเภอเบตงส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงจึงทำให้เบตงมีอากาศดี และมีหมอกตลอดปี ดังคำขวัญประจำอำเภอที่ว่า “เมืองในหมอก ดอกไม้งาม ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน”
ความคิดเห็นที่ 4
ช่วงที่ผมไปเยือนเบตง เป็น 2 สัปดาห์ภายหลังจากเหตุการณ์คาร์บอมบริเวณใจกลางเมืองเบตง(เหตุเกิดปลายเดือนกรกฎาคม 2557) นักท่องเที่ยวน้อยมาก นักท่องเที่ยวต่างชาติ(โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย)ต่างพากันยกเลิกห้องพักกันหมด นักท่องเที่ยวชาวไทยนี่แทบไม่มีเลย บรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา แต่ช่วงที่ผมอยู่ที่เบตงก็รู้สึกปลอดภัยดีนะครับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร รวมทั้งอาสาสมัคร ต่างก็ทำงานกันอย่างเข้มแข็ง สร้างความมั่นใจในการท่องเที่ยวได้มากครับ

ทริปนี้ผมพักที่โรงแรม ModernThai hotel อยู่บริเวณใจกลางเมือง เดินจากหอนาฬิกาไม่เกิน 5 นาทีก็ถึงหน้าโรงแรมแล้ว ทำเลดีมากครับ



ส่วนวิธีการเดินทางท่องเที่ยวเบตงของผมในทริปนี้ก็คือการเช่ามอเตอร์ไซต์ (สอบถามได้ที่เคาเตอร์โรงแรม ค่าเช่าประมาณ 300 บาทต่อวัน)
แก้ไขข้อความเมื่อ
ความคิดเห็นที่ 5
อากาศที่เบตงตอนเดือนสิงหาคม 2557 เรียกได้ว่าครบทั้ง 3 ฤดูคือตอนเช้ากับตอนกลางคืน อากาศเย็นสบาย(ประมาณเชียงใหม่ช่วงฤดูหนาวเลย) ตอนกลางวันอากาศร้อน ช่วงเย็นๆมีฝนตก แต่โดยรวมถือว่าอากาศดีครับ รูปด้านล่างเป็นถ่ายจากห้องพักชั้น 6 (ลิฟท์มีถึงชั้น 5)

ความคิดเห็นที่ 6
กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ว่าแล้วก็ต้องไปเยือนร้านตาหยิน ร้านอาหารชื่อดังของอำเภอเบตง ร้านนี้อยู่ใกล้ๆกับหอนาฬิกาเช่นกัน(แต่ละคนละด้านกับโรงแรมที่ผมพัก)


อาหารที่ขึ้นชื่อได้แก่เคาหยก ปลาจีนนึ่งบ๊วย ผัดผักน้ำ และที่ชนะเลิศก็คือไก่สับเบตง ซึ่งเป็นเมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาดครับ


ด้านหน้าร้านจะเป็นคิวรถเบตง-หาดใหญ่
ความคิดเห็นที่ 7
หลังจากทานอาหารที่ร้านต้าหยินจนอิ่มแปล้ ผมก็แว๊นมอเตอร์ไซต์เที่ยวรอบๆเบตงเพื่อสำรวจเส้นทาง โดยจุดศูนย์กลางของอำเภอเบตงก็คือหอนาฬิกาเบตง หอนาฬิกาแห่งนี้เป็นสิ่งก่อสร้างอันเก่าแก่ที่อยู่เคียงคู่กับเมืองเบตงมายาวนาน เปรียบเป็นสัญลักษณ์ที่ตั้งอยู่จุดศูนย์กลางของเมือง ช่วงเย็นๆจะเห็นฝูงนกนางแอ่นนับหมื่นตัวมาเกาะอยู่รอบๆสายไฟครับ
ความคิดเห็นที่ 8
บริเวณสี่แยกหอนาฬิกาใจกลางเมืองเบตง เป็นที่ตั้งของ(อดีต)ตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สูงประมาณ 3.2 เมตร


ปัจจุบันมีการสร้างตู้ใบใหม่ที่มีขนาดใหญ่เป็น 3.5 เท่า(สูงประมาณ 9 เมตร)ในบริเวณศาลาประชาคม ถือเป็นตู้ไปรษณีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบัน
แก้ไขข้อความเมื่อ
ความคิดเห็นที่ 9
อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ อำเภอเบตงได้ก่อสร้างอุโมงค์แห่งนี้ขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาในการขนส่งระหว่างชุมชนเมืองในปัจจุบันกับชุมชนเมืองใหม่


ภายในอุโมงค์มีการติดไฟสวยงาม


อีกด้านหนึ่งของอุโมงค์
ความคิดเห็นที่ 10
ขี่มอเตอร์ไซต์จากในเมืองทะลุอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์มายังอีกด้านหนึ่งก็จะเจอป้ายนี้


ใกล้ๆกันจะเป็นรูปปั้นไก่เบตง
ความคิดเห็นที่ 11
รถแท็กซี่เบนซ์ หนึ่งในสัญลักษณ์ของการเดินทางใน 3 จังหวัดชายแดนใต้


เอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของอำเภอเบตงก็คือป้ายทะเบียน เป็นอำเภอที่ได้รับอนุญาตให้สามารถรับจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และคนขับรถได้ที่อำเภอ โดยไม่ต้องเข้ามาจดทะเบียนที่จังหวัดยะลา จึงเป็นผลให้อำเภอเบตงเป็นอำเภอเดียวในประเทศไทยที่รถจดทะเบียนจะได้รับป้ายทะเบียนรถ "เบตง"
ความคิดเห็นที่ 12
โรงเรียนจงฝามูลนิธิ โรงเรียนสอนภาษาจีนแห่งแรกของเบตง อาคารเรียนรูปแบบคล้ายๆกับกำแพงเมืองจีน  



บรรยากาศภายในโรงเรียน

ความคิดเห็นที่ 13
วัดพุทธาธิวาสตั้งอยู่ใกล้ๆกับโรงเรียนจงฝามูลนิธิ บรรยากาศร่มรื่นมากครับ



วัดพุทธาธิวาสประกอบไปด้วยพระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ โดยองค์เจดีย์ตั้งอยู่บนเนินเขา ภายในพระมหาธาตุเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธธรรมกายมงคลประยูรเกศานนท์สุพิธาน เป็นองค์พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์องค์ใหญ่


ความคิดเห็นที่ 14
มัสยิดกลางเบตง ศูนย์รวมของพี่น้องชาวมุสลิมเบตง

ความคิดเห็นที่ 15
โบสถ์คริสต์ใกล้ๆหอนาฬิกา

ความคิดเห็นที่ 16
เบตงไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ จะมีก็แต่ห้างท้องถิ่นขนาดเล็กๆอย่างเบตงพลาซ่า สินค้าส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้า ของที่ระลึกและของใช้ทั่วๆไป
ความคิดเห็นที่ 17
ภาพบรรยากาศอำเภอเบตงยามค่ำคืน


ความคิดเห็นที่ 18
หลังจากวันแรกผมตะเวนขี่มอเตอร์ไซต์เที่ยวภายในตัวเมือง วันรุ่งขึ้นก็วางแผนออกไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวนอกตัวเมืองเบตงบ้าง

อาหารมื้อเช้าที่ตั้งใจจะไปทานคือติ่มซำที่ร้านไทซีฮี้ ซึ่งเป็นร้านติ่มซำชื่อดังของเบตง(อยู่บริเวณใกล้ๆปากทางเข้าอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์) แต่ปรากฎว่าโต๊ะเต็มครับ เลยอดทานไปตามระเบียบ

ความคิดเห็นที่ 19
เปลี่ยนแผนจากร้านติ่มซำ ผมก็ขับมอเตอร์ไซต์หาร้านอาหารไปเรื่อยๆ และแล้วก็เจอตลาดสดเทศบาลเบตง เลยถือโอกาสเดินเข้าไปสำรวจตลาดยามเช้าซักหน่อย

ความคิดเห็นที่ 20
เดินสำรวจไปเรื่อยๆจนถึงด้านหลังตลาดสดเบตงก็เจอร้านบะหมี่เบตง เลยได้มีโอกาสชิมบะหมี่เบตง เส้นเหนียวนุ่ม อร่อยสุดยอดเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 20-1
ปีที่แล้วไปก็ได้กินหมี่แกงร้านนี้ รสชาติคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ความคิดเห็นที่ 21
แว๊นมอเตอร์ไซต์จากหอนาฬิกาไปตามเส้นทางเบตง-ยะลา ก็จะเจอศาลาประชาคมซึ่งเป็นที่ตั้งของตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ความคิดเห็นที่ 22
เริ่มออกนอกตัวเมืองเบตง ช่วงก่อนถึงด่านตรวจ


ด้านขวามือจะเป็นป้าย OK Betong

ความคิดเห็นที่ 23
สถานที่ท่องเที่ยวนอกเมืองเบตงที่ผมวางแผนจะไปเที่ยวก็คือบ่อน้ำร้อนเบตง อุโมงค์ปิยะมิตร และสวนไม้ดอกเมืองหนาวเบตง ซึ่งทั้งสามแห่งอยู่ในโซนเดียวกันครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
ความคิดเห็นที่ 24
ผมขี่มอเตอร์ไซต์ไปเรื่อยๆจนถึงปากทางกิโลเมตรที่ 4 ตำบลตาเนาะแมเราะ ก็เจอกับร้านเฉาก๊วย กม.4 เจ้าดังของเบตง ก็เลยถือโอกาสแวะชิมซะหน่อย


ความคิดเห็นที่ 25
ช่วงเวลาประมาณ 9-10 โมงเช้า อากาศเริ่มร้อนแล้วครับ


จากปากทางร้านเฉาก๊วย กม.4 เข้าไปอีกประมาณ 7 กิโลเมตร ก็จะเจอบ่อน้ำร้อนเบตง(อยู่ห่างจากตัวอำเภอเบตง 11 กิโลเมตร)
ความคิดเห็นที่ 26
บ่อน้ำร้อนเบตงเป็นบ่อน้ำร้อนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ความร้อนของน้ำสามารถต้มไข่ให้สุกได้ภายในเวลา 7 นาที ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาอาบน้ำแร่ เพราะเชื่อกันว่าทำให้สุขภาพดีและรักษาโรคบางอย่างได้


ความคิดเห็นที่ 27
จากนั้นผมก็ไปเที่ยวต่อที่อุโมงค์ปิยะมิตร ซึ่งอยู่ห่างจากบ่อน้ำร้อนเบตงประมาณ 12 กิโลเมตร เส้นทางช่วงนี้ค่อนข้างเปลี่ยว นานๆจะเจอรถขับสวนมาซักคันครับ


ความคิดเห็นที่ 28
อุโมงค์ปิยะมิตร ตั้งอยู่หมู่ 2 บ้านปิยะมิตร 1 ตำบลตะเนาะแมเราะ เป็นอุโมงค์ดินซึ่งอดีตขบวนการโจรคอมมิวนิสต์มาลายา สร้างขึ้นบนเนินเขาในป่าทึบ สำหรับเป็นฐานปฏิบัติการต่อสู้ทางการเมือง



ความคิดเห็นที่ 29
ปัจจุบันอุโมงค์ปิยะมิตรเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง อุโมงค์มีลักษณะคดเคี้ยวเข้าไปในภูเขายาวประมาณ 1 กิโลเมตร ลึก 50-60 ฟุต และมีทางออก 6 ทาง ใช้เวลาขุด 3 เดือน เพื่อเป็นที่หลบภัยทางอากาศและสะสมเสบียง


ความคิดเห็นที่ 30
อุโมงค์ปิยะมิตรเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจทีเดียว ถ้าจะมาเที่ยวที่นี่ต้องเผื่อเวลาไวัซัก 1-2 ชั่วโมงครับ

ความคิดเห็นที่ 31
หลังจากใช้เวลาที่อุโมงค์ปิยะมิตรพอสมควร ก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังสวนดอกไม้เมืองหนาวซึ่งอยู่ห่างจากอุโมงค์ปิยะมิตรประมาณ 9 กิโลเมตรครับ


เส้นทางระหว่างอุโมงค์ปิยะมิตร - สวนดอกไม้เมืองหนาวเบตง เป็นเส้นทางขึ้นเขาที่ค่อนข้างชันมากครับ บางช่วงรถมอเตอร์ไซต์ขึ้นแทบไม่ไหว(ต้องใช้การเข็นแทน) แถมช่วงที่ผมไปตลอดเส้นทาง 9 กิโลเมตรไม่เจอผู้คนรวมถึงรถสวนหรือขับตามมาแม้แต่คันเดียว ดังนั้นแนะนำให้เช็คสภาพรถและเติมน้ำมันให้เต็มถังก่อนที่จะมาเที่ยวโซนนอกเมืองเบตงนะครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
ความคิดเห็นที่ 32
หลังจากขี่มอเตอร์ไซต์ขึ้นเขา(ประมาณครึ่งชั่วโมง)ก็ถึงทางเข้าสวนดอกไม้เมืองหนาวเบตงแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 33
สวนดอกไม้เมืองหนาว อยู่ในบริเวณหมู่บ้านปิยะมิตร 2 ซึ่งห่างจากหมู่บ้านปิยะมิตร 1 ประมาณ 9 กิเมตร เป็นโครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี



สวนดอกไม้เมืองหนาวมีพื้นที่ตั้งอยู่บนเขา อากาศเย็นสบาย มีแปลงทดลองปลูกไม้ดอกหลายประเภท ปัจจุบันทางโครงการมีบ้านพักไว้ให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย บรรยากาศคล้ายๆกับสวนดอกไม้ทางภาคเหนือครับ

ความคิดเห็นที่ 34
หลังจากเที่ยวชมสวนดอกไม้เมืองหนาวเบตง ก็ได้เวลากลับเข้ามายังตัวเมืองเบตงเพื่อทานอาหารกลางวัน อากาศตอนเที่ยงๆบนภูเขาเย็นสบาย แต่ในตัวเมืองเบตงค่อนข้างร้อนครับ

ไหนๆก็มาถึงเบตง ก็ต้องลองทานข้าวมันไก่เบตงต้นตำหรับกันซะหน่อย ลองสอบถามคนพื้นที่ว่าเจ้าไหนอร่อย เขาแนะนำร้านนี้ครับ

แก้ไขข้อความเมื่อ
ความคิดเห็นที่ 35
หลังจากอิ่มอร่อยกับข้าวมันไก่เบตง ก็ได้เวลาเก็บตกสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆภายในเมืองเบตง รูปด้านล่างคือวัดเจ้าแม่กวนอิมเบตง


วัดเจ้าแม่กวนอิมเบตงเป็นสถานที่ตั้งศาลเจ้าอันเป็นที่ประดิษฐานของเทพสำคัญๆหลายองค์ บริเวณวัดซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขา สามารถมองเห็นทัศนียภาพอันงดงามของเมืองเบตงได้

ความคิดเห็นที่ 36
พิพิธภัณฑ์เมืองเบตง แหล่งเก็บรวบรวมศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ แสดงถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเบตงได้เป็นอย่างดี



ด้านบนของพิพิธภัณฑ์ สามารถมองเห็นวิวเมืองเบตงได้ทั่วเลยครับ
ความคิดเห็นที่ 37
สนามกีฬาเบตง นอกจากใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเบตงแล้ว ยังเป็นสนามกีฬาที่ตั้งอยู่ในระดับความสูงที่สุดของประเทศไทยอีกด้วย


ความคิดเห็นที่ 38
สวนสาธารณะเทศบาลเมืองเบตง (สวนสุดสยาม)


ความคิดเห็นที่ 39
และแล้วก็ได้เวลาอำลาเบตง ผมนั่งรถจากโรงแรมที่พักมายังด่านพรมแดนไทย-มาเลเซียเพื่อเดินทางไปเที่ยวปีนังต่อครับ

ความคิดเห็นที่ 40
ภาพบรรยากาศบริเวณพรมแดน ความรู้สึกตื้นตันอย่างบอกไม่ถูกครับ

ความคิดเห็นที่ 41
บรรยากาศบริเวณพรมแดนไทย-มาเลเซีย


จากบ้านเกิดมา 2 พันกว่ากิโลเมตร ในที่สุดก็ได้มาถ่ายรูปที่ป้ายแห่งนี้


เลยจากประตูนี้ก็เป็นเขตของมาเลเซียแล้วครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
ความคิดเห็นที่ 42
รีวิวสนุกดีครับ  แต่คุณขับ motorcycle ไปเที่ยวคนเดียวเลยหรือครับ เห็นถนนโล่งมากๆ
ความคิดเห็นที่ 42-1
ผมไปกับแฟนครับ ที่ถนน(รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ)โล่งน่าจะเป็นเพราะช่วงนั้นไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวอะครับ
ความคิดเห็นที่ 43
ก่อนจบการรีวิวกระทู้นี้ ขอแบ่งปันข้อมูลการเดินทางจากปีนังไปเบตง(ได้รับการอนุเคราะห์ข้อมูลจากคุณ Trus Kris ต้องขอขอบคุณมากนะครับ)
1. จากเมืองเบตง ที่หน้าเบตงพลาซ่ามีรถสองแถวบริการไปด่านพรมแดนเบตง (อาจให้โรงแรมที่พักเรียกรถให้ก็ได้ครับ)
2. หลังจากผ่านด่านเบตง จากด่านชายแดนมาเลย์เดินไปนิดหน่อย จะมีแท็กซี่ของมาเลย์ บอกแท็กซี่ให้ไปสถานีขนส่งบาร์ลิ่ง ราคาเหมาต่อคัน 250 บาท หรือ 25 RM
3. พอถึงสถานีขนส่งบาร์ลิ่ง จะมีรถไปท่ารถบัตเตอร์เวิร์ธ มีรอบ 6.00 7.30 10.00 11.00 12.30 14.00 15.00 16.00 18.00 19.00 (เวลาประเทศมาเลเซีย)โดยสามารถจ่ายค่าตั๋วที่คนขับรถตอนขึ้น ราคาถ้าจำไม่ผิดก็คนละ 7.4 RM หรือราว ๆ นี้ครับ ใช้เวลาเดินทางเกือบสองชั่วโมง
4. เมื่อถึงท่ารถบัตเตอร์เวิร์ธ ก็ข้ามเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากมายังท่ารถ Jetty ที่เมืองจอร์จทาวน์ได้เลยครับ
5. จากท่ารถ Jetty ก็มีรถไปในเมืองหลายสายเลยครับ


อากาศปีนังช่วงเดือนสิงหาคมตอนที่ผมไปเที่ยว กลางวันค่อนข้างร้อนจัด ช่วงเย็นๆฝนตกครับ
ความคิดเห็นที่ 44
จบแล้วครับสำหรับริวิวท่องเที่ยวเบตงของผมครับ ขออำลาด้วยภาพธงชาติไทยที่ถ่ายที่โรงเรียนจงฝามูลนิธิ เที่ยวเบตงทริปนี้ผมมีความสุขและประทับใจมาก ถ้ามีโอกาสคงได้กลับมาเยือนอีกครั้ง

ขอขอบคุณพี่ๆทหาร ตำรวจ ข้าราชการ อาสาสมัครฯ ที่ช่วยดูแลปกป้องผืนแผ่นดินไทยอย่างเข้มแข็ง และขอให้กำลังใจกับพี่น้องชาวเบตงและชาว 3 จังหวัดชายแดนใต้ทุกท่านนะครับ  ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมกระทู้ ข้อมูลผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะครับ ขอบคุณและสวัสดีครับ
ความคิดเห็นที่ 45
ขอบคุณครับ ที่ทำให้ผมระลึกอดีตตอนไปเที่ยวสงกรานต์เบตง แต่น่าเสียกดายตอนนั้นยังไม่กล้องดิจิตอล รูปเก่าๆ หาดูยากเลย
ความคิดเห็นที่ 46
เบตง เป็นเมืองที่ผมคิดในใจว่า ครั้งหนี่ง อยากไปเที่ยวที่เบตงให้ได้ครับ เพียงแต่ว่า บางครั้งยอมรับกลัวความไม่ปลอดภัยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คนข้างบนผม เป็นคน เบตง เกิดเบตง แกยังบอกเลยว่า ถ้า ไม่มีเหตุการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ แกก็อยากกลับไปอยู่บ้าน ที่เบตง ครับ

ปอลิง เคยเห็นรูปในหนังสือพิมพ์ฉบับหนี่ง ถ่ายรูปมา เมืองอยู่ด้านหน้า ข้างหลังเป็นภูเขาล้อม รูปนั้นสวยจริงๆ ครับ
ความคิดเห็นที่ 47
อยากไปมากค่ะ เบตง  สักวันจะขอตามรอย
ความคิดเห็นที่ 48
ขอบคุณสำหรับรีวิวค่ะ
กำลังจะไปเร็วๆนี้เหมือนกันค่ะ
ความคิดเห็นที่ 49
ผมเคย backpack ไปกับเพื่อนๆสมัยเรียนมหาลัย ตอนปิดเดือนตค เที่ยวลงไปตั้งแต่ ตรัง จนถึง ยะลา ใช้เวลา 2 อาทิตย์ ก่อนไม่มีเหตุการณ์น่ากลัวแบบนี้  เหมือนหลุดไปคนละประเทศเลย ไปนอนที่ อ.ปันนังสะตา  เด็กๆ วิ่งมาดู ไม่เคยคนแต่งตัวแบบเสื้อยึดเกงยีนส์555 นั่งรถประจำทางไปเรื่อยๆ ยังคิดถึงกล้วยหิน กับ ผักน้ำ ที่เบตงอยู่เลยครับ โอยรำลึกอดีตสงสัยจาแก่แบ้ว 555  เห็นภาพเบตงแล้วมันอดไม่ได้  ถ้ามีโอกาสให้ลองไปนอนบ้านที่เกาะอยู่ท้ายเขื่อนบางลาง นั่งเรือหางยาวไป แล้วเล่นน้ำ โดยฟินปุดๆ
แสดงความคิดเห็น
Preview
หน้า: จาก 1